บทที่ 12 ข้าต้องรายงานเจ้าด้วย
“มีผู้ใดคิดจะลองดีอีกหรือไม่ หากมีก็ลุกขึ้นมา หัวของเจ้าจะได้เป็นเช่นเดียวกับลูกท้อผลนั้น” นางกวาดสายตาเยือกเย็นมองไปที่ทุกคน “หากข้าควบคุมพวกเจ้าไม่ได้ คงไม่คิดจะซื้อมา ข้าต้องการคนทำงานให้ข้าด้วยความเต็มใจ คนตายไม่อาจทำงานให้ข้าได้ แต่ทำให้ข้า...สนุกได้” นางกดยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่น่าขนลุกเช่นนี้ไม่มีผู้ใดกล้าลองดี กลัวว่าหัวตนเองจะเป็นเหมือนลูกท้อที่เพิ่งจะหายไปจากต้น
ทาสที่คิดจะแข็งข้อกับม่านม่านเมื่อครู่ คุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง “บ่าวผิดไปแล้วขอรับ นับจากนี้ชั่วชีวิตของบ่าวจะรับใช้นายหญิงด้วยความจงรักภักดี” เขาก้มหัวลงอย่างนอบน้อม เนื้อตัวยังสั่นเทากับเรื่องเมื่อครู่ไม่หาย
คนอื่นที่เห็นเช่นนั้นก็รีบคุกเข่าตามลงทันที ด้วยรู้ดีแล้วว่านายหญิงของตนไม่เหมือนเจ้านายที่เคยพบเจอมา นางไม่ลงโทษด้วยการโบยตี แต่นางสามารถทำให้พวกเขาทรมานได้มากกว่านั้น
ม่านม่านเองเลิกสนใจจะข่มขู่พวกเขาแล้ว “ตอนนี้พวกเจ้าพักผ่อนไปก่อน อีกสองสามวันข้าจะเข้ามาที่จวน พวกเจ้าสี่คนข้าจะเรียกว่า อาจื่อ อาโหยว่ อาเว่ย อาเซิน” นางชี้ไปที่คนทั้งสี่ที่ซื้อมาเพื่อให้เป็นหลงจู๊ร้านค้าของนาง
“ส่วนพวกเจ้า” นางชี้ไปที่ทาสที่แข็งข้อกับนางคนแรก “อาอี อาเอ้อ อาซาน ไล่ไปตามลำดับจนถึงอาสือ” นางเอาง่ายเข้าว่าจะได้จำได้ “สองสามวันนี้หากไม่รู้จะทำสิ่งใด ออกไปสำรวจดูร้านค้าที่ว่างอยู่ หาซื้อไว้สี่ร้าน แล้วข้าจะตัดสินใจเองอีกครั้ง ลุงเฉิง ท่านกับอาเฉียวออกไปเลือกซื้อเสื้อผ้าเอาเนื้อดีเสียหน่อยและก็คนละห้าชุด ยามที่ออกไปด้านนอกจะได้ไม่อายผู้ใด เครื่องนอนก็ซื้อให้ครบตามจำนวนคน ป้าฝูอาหารการกินท่านไม่ต้องประหยัด อยากกินเนื้อก็ซื้อเนื้อ อยากกินสิ่งใดก็ซื้อมาทำ ข้าจะทิ้งเงินไว้ให้มากเสียหน่อย อืม...ร้อยตำลึงทองพอหรือไม่” นางหันไปถามลุงเฉิง
“นายหญิง!!! มากเกินไปขอรับ สองร้อยตำลึงเงินก็พอขอรับ ข้าจะจัดการเรื่องในจวนให้ท่านอย่างดี”
“อืม ข้าต้องกลับแล้ว หากมีสิ่งใดจะรายงานจดบันทึกเอาไว้หากกลัวลืม อีกสองสามวันข้าจะเข้ามา อย่าลืมไปซื้อสาวใช้เล่า ป้าฝูท่านก็ไปหาหมอด้วย ลุงเฉิงเอาไว้สามร้อยตำลึงเงิน เผื่อผู้ใดเจ็บป่วยก็ไปตามหมอมารักษา ข้าไม่อยากใช้งานคนไร้ประโยชน์” นางส่งตั๋วเงินให้ลุงเฉิง ก่อนจะกลับออกไป
อาเฉียวมองตามแผ่นหลังที่ยืดตรงสง่างาม ท่วงท่ายามขึ้นมาของนางช่างองอาจ สตรีในเมืองหลวงที่เคยพบเห็นยังไม่มีผู้ใดเทียบนายหญิงของตนได้
“น่ากลัวชะมัด อาอี เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” อาซานหันมาพูดกับอาอี
“หึ เห็นเป็นเพียงแม่นางน้อยร่างกายบอบบาง ใบหน้าก็งามเสียล่มเมือง ข้าคิดว่าจะขู่ในกลัวเสียหน่อย ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้พบเจ้านายที่น่าสนใจเช่นนี้ ข้ายอมติดตามนางจนกว่าข้าจะตายเลย” อาอีเกาหัวแก้เก้อ เมื่อนึกถึงเรื่องน่าอายที่ตนเองได้ทำลงไป
ลุงเฉิง เลิกสนใจคนที่เหลือ เขาออกไปจัดการเรื่องที่ม่านม่านนางสั่งเอาไว้ ด้วยต้องซื้อข้าวของอีกไม่น้อย ไหนจะต้องกลับไปที่โรงค้าทาสเพื่อซื้อสาวใช้กลับมาช่วยงาน
ม่านม่าน ขี่ม้ากลับหมู่บ้านก็ไม่ลืมที่จะซื้อขนมไปฝากเด็กแฝดอย่างที่เขาขอเอาไว้ เมื่อกลับมาถึงก็เห็นเด็กทั้งสองออกมานั่งรออยู่ที่ใต้ต้นไม้ใกล้กับประตูเรือน
“เหตุใดถึงออกมานั่งรอด้านนอก” นางจูงม้าเข้ามาด้านในก็อดประหลาดใจไม่ได้
“ข้าเป็นห่วงท่านแม่ขอรับ” กงหนิงอวี่เดินเข้ามาแกว่งแขนของม่านม่านแล้วชะเง้อคอดูว่านางมีของมาฝากตนหรือไม่
“หึ เอาไป แล้วเจ้าไปเฝ้าบิดาของเจ้าหรือ” นางหันไปถามกงหนิงเจี้ยน
“ท่านพ่อมีท่านอาหยุนคอยดูแลอยู่ขอรับ”
“ไปนั่งกินขนมรอก่อน ข้าจะเข้าครัวไปทำอาหาร” นางกลับมาถึงก็เกือบจะถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว
หลังจากเตรียมอาหารเสร็จ นางให้อาหยุนพาเด็กแฝดกินข้าวก่อนเช่นเดิม แล้วตัวนางเข้าไปเปลี่ยนผ้าพันแผล ใส่ยาให้กงเพ่ยจิ้น
“เจ้าไปที่ใดมา” เขาได้ยินบุตรทั้งสองบอกว่ามารดาขี่ม้าออกไปด้านนอก
กงเพ่ยจิ้นเองก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ มู่ลี่ม่านนางขี่ม้าเป็นตั้งแต่เมื่อใด อีกทั้งนางยังยอมออกไปที่ตัวเมืองเพียงลำพัง เดิมแม้แต่ในหมู่บ้านนางยังไม่คิดที่จะเดินออกไปพ้นเรือนเลย
“ข้าต้องรายงานเจ้าด้วย?” นางเลิกคิ้วมองเขา มือก็ทายาใส่แผลไปด้วย
“อาม่าน...เจ้าเปลี่ยนไปมากรู้ตัวหรือไม่ ข้าวของประหลาดเหล่านี้เจ้าเอามาจากที่ใด”
“จะถามมากไปเพื่ออันใด เจ้ารีบรักษาตัวให้หาย ข้าจะต้องไปที่อื่นแล้ว”
“เจ้าจะไป...”
กงเพ่ยจิ้นยังไม่ทันเอ่ยถามจบ เสียงเปิดประตูเข้ามา พร้อมใบหน้าของฝาแฝดทั้งสองที่มองมาทางม่านม่านอย่างน้อยใจ ก็เดินเข้ามาหยุดตรงหน้านาง
“ท่านแม่จะไปที่ใด ท่านจะทิ้งข้ากับพี่ใหญ่หรือขอรับ” กงหนิงอวี่ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำ มองมาทางม่านม่านอย่างน้อยใจ
“ท่านพาข้า ท่านพ่อ อาอวี่ไปด้วยมิได้หรือ” กงหนิงเจี้ยนเม้มปากแน่นมองม่านม่านอย่างจริงจัง
ม่านม่านถอนหายใจออกมา มองหน้าเด็กแฝดทั้งสองสลับไปมาโดยไม่ได้สนใจกงเพ่ยจิ้นที่จ้องนางอยู่เลย “หากพวกเจ้าไม่ดื้อ ข้าจะพาไปด้วย แต่หาก...”
“ข้าไม่ดื้อขอรับ”
“ข้าจะเชื่อฟังท่านแม่อย่างดี”
“ดี ตอนนี้พวกเจ้าออกไปรอด้านนอกก่อน ข้าจะทำแผลให้พ่อเจ้าต่อ” เด็กทั้งสองหายไปอย่างรวดเร็ว
“อาม่าน เจ้าจะที่ใด บอกข้าได้หรือไม่”
“ข้าจะทวงทุกอย่างที่ข้าควรได้กลับคืนมา หากท่านจะห้ามหรือไม่เห็นด้วยจงอย่าได้พูดออกมา หรือต้องการจะหย่ากับข้าก็ย่อมได้” นางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
